News

ทศวรรษแห่งการรอคอยและน้ำตาสีเลือด: เมื่อ 10

 ปีแห่งการตามหาสามีที่สูญหาย สิ้นสุดลงที่กองขยะริมถนน พร้อมการเปิดโปงความจริงอันแสนโหดร้ายที่จะบดขยี้ผู้ชักใยเบื้องหลังให้พินาศย่อยยับ!

คฤหาสน์หินอ่อนสไตล์ยุโรปมูลค่าหลายร้อยล้านตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำในยามค่ำคืน ภายในห้องนอนใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ‘ลลิตา’ นักธุรกิจหญิงเหล็กวัยสามสิบแปดปี ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรส่งออกอัญมณีระดับประเทศ กำลังนั่งเหม่อมองแหวนเพชรบนนิ้วนางข้างซ้ายด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความรวดร้าว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เธอมีทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งปรารถนา ทั้งเงินทอง อำนาจ และชื่อเสียง แต่สิ่งที่เธอไม่มี… คือหัวใจ เพราะหัวใจของเธอได้ตายจากไปพร้อมกับ ‘ชวิน’ สามีสุดที่รักที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน

สิบปีที่แล้ว ชวินคือวิศวกรหนุ่มอนาคตไกลผู้แสนอ่อนโยน ในคืนวันครบรอบแต่งงานปีที่สาม ชวินบอกเธอว่าเขาเตรียมของขวัญชิ้นพิเศษที่สุดไว้ให้ และกำลังขับรถฝ่าสายฝนกลับมาหาเธอ แต่ทว่า… รถของเขาถูกพบในสภาพพังยับเยินตกลงไปในหุบเขาลึก มีเพียงคราบเลือดจำนวนมากตกค้างอยู่บนเบาะคนขับ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยกลับไม่พบร่างของเขา ไม่ว่าจะระดมกำลังค้นหาพลิกแผ่นดินแค่ไหน ชวินก็เหมือนระเหยหายไปในอากาศ

ตำรวจสรุปคดีว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ญาติพี่น้องทุกคนบอกให้ลลิตาทำใจและเซ็นใบมรณบัตร แม้กระทั่ง ‘อิทธิพล’ ลูกพี่ลูกน้องของชวินที่เข้ามาช่วยบริหารบริษัทในช่วงที่เธออ่อนแอ ก็ยังพร่ำบอกให้เธอตัดใจและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเขา แต่ลลิตาดื้อรั้นเกินกว่าจะยอมรับ สัญชาตญาณของคนเป็นภรรยาร้องบอกเธอเสมอว่าชวินยังไม่ตาย เธอทุ่มเงินหลายสิบล้านจ้างนักสืบเอกชนตามหาเขาทุกซอกทุกมุมของประเทศ แต่ความหวังก็มักจะดับวูบลงครั้งแล้วครั้งเล่า

จนกระทั่งบ่ายวันศุกร์อันแสนหดหู่ ลลิตาเดินทางไปมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้าในย่านสลัมชานเมืองที่แออัดและทรุดโทรมที่สุดในมหานคร ฝนเริ่มตกลงมาอย่างหนักจนน้ำท่วมขัง ถนนเฉอะแฉะไปด้วยโคลนตมและเศษขยะ บอดี้การ์ดกางร่มคันใหญ่กั้นละอองฝนให้มหาเศรษฐีนีสาวขณะที่เธอกำลังจะก้าวขึ้นรถโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) เพื่อเดินทางกลับ

แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเห่ากรรโชกของสุนัขจรจัดสามสี่ตัวก็ดังขึ้นมาจากตรอกแคบๆ ข้างกองขยะส่งกลิ่นเหม็นเน่า ลลิตาหันไปมองตามสัญชาตญาณ ภาพที่เธอเห็นคือ ‘ชายขอทาน’ คนหนึ่งกำลังนอนขดตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นโคลน มือที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกของเขากำเศษขนมปังขึ้นราเอาไว้แน่น ในขณะที่ฝูงสุนัขกำลังรุมกัดทึ้งและดึงทึ้งเสื้อผ้าขาดวิ่นของเขาเพื่อแย่งเศษอาหารนั้น

“ช่วยด้วย… อย่าแย่ง… ฉันหิว…” เสียงแหบพร่าและสั่นสะท้านหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ชายขอทานพยายามปัดป้องการโจมตี ร่างกายของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม น้ำหนอง และแผลพุพอง ขาข้างซ้ายของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าเวทนา ผมยาวรุงรังและหนวดเคราที่จับตัวเป็นก้อนปิดบังใบหน้าจนแทบไม่เห็นเค้าโครงเดิม

คนทั่วไปอาจจะเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ แต่หัวใจของลลิตากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เธอไม่ได้รังเกียจ แต่ลึกลงไปในความรู้สึก มันมีความผูกพันบางอย่างที่ดึงดูดให้เธอต้องก้าวเท้าเข้าไปหา

“ไล่หมาพวกนั้นไปเดี๋ยวนี้!” ลลิตาสั่งบอดี้การ์ดด้วยเสียงเฉียบขาด

บอดี้การ์ดร่างยักษ์รีบวิ่งเข้าไปไล่ฝูงสุนัขจนพวกมันแตกกระเจิง ชายขอทานตกใจกลัวจนลนลาน เขารีบกระถดตัวถอยหนีไปชิดกำแพงอิฐเก่าๆ สองแขนยกขึ้นกุมศีรษะตัวเองแน่นราวกับเคยถูกทุบตีมานับครั้งไม่ถ้วน ร่างกายที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ลลิตาเดินเข้าไปใกล้ เธอย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นโคลนที่สกปรกโดยไม่สนใจว่าชุดสูทแบรนด์เนมราคาหลายแสนของเธอจะแปดเปื้อน เธอยื่นมือออกไปหาเขาอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะคะ ไม่มีใครทำร้ายคุณแล้ว… คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

ชายขอทานค่อยๆ ลดแขนลง เผยให้เห็นใบหน้าที่มอมแมมและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นฉกรรจ์ ดวงตาของเขาขุ่นมัว ว่างเปล่า และเต็มไปด้วยความหวาดผวา แต่ในวินาทีที่แสงจากไฟหน้ารถสาดกระทบลงบนร่างของเขา… สายตาของลลิตาก็สะดุดเข้ากับ ‘สร้อยคอเชือกถักสีกรมท่า’ ที่เปื่อยยุ่ยจนแทบจะขาด ซึ่งห้อยอยู่บนลำคอที่ผอมเกร็งของเขา

ที่ปลายสร้อยเส้นนั้น มี ‘จี้ทองคำขาวรูปพระอาทิตย์ครึ่งซีก’ ที่หม่นหมองและเต็มไปด้วยคราบโคลนห้อยอยู่…

โลกทั้งใบของลลิตาหยุดหมุน ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปในพริบตา ร่างกายของมหาเศรษฐีนีสาวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาที่เคยมั่นคงเบิกกว้างจนแทบถลน จี้พระอาทิตย์ครึ่งซีกชิ้นนี้… มันคือผลงานออกแบบชิ้นเดียวในโลกที่เธอเป็นคนวาดแบบและสั่งทำพิเศษเพื่อมอบให้ชวินในวันครบรอบแต่งงานปีที่สอง! และเธอเองก็สวมจี้รูปพระจันทร์ครึ่งซีกที่นำมาประกบกันได้พอดีอยู่บนลำคอของเธอเอง!

เพื่อความแน่ใจ ลลิตาคว้าแขนขวาที่สั่นเทาของชายขอทานขึ้นมาดูอย่างรวดเร็ว… ที่ข้อมือด้านในของเขา มีรอยแผลเป็นรูปตัว ‘L’ (ลลิตา) ซึ่งชวินเคยใช้มีดกรีดสลักไว้ด้วยความคึกคะนองในสมัยวัยรุ่น เพื่อพิสูจน์รักแท้ของเขา!

“ช… ชวิน… พี่ชวิน!!”

เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวปานจะขาดใจระเบิดออกมาจากลำคอของลลิตา น้ำตาที่เหือดแห้งไปนานนับสิบปีทะลักทลายออกมาประดุจเขื่อนแตก เธอไม่สนกลิ่นเหม็นสาบหรือสิ่งปฏิกูลใดๆ หญิงสาวโผเข้ากอดร่างที่ผอมแห้งและเปียกชุ่มของชายขอทานเอาไว้แน่น กอดรัดเขาราวกับกลัวว่าเขาจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปอีกครั้ง เธอซบหน้าลงกับลาดไหล่ที่เต็มไปด้วยโคลน ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน

“พี่ชวิน! พี่จริงๆ ด้วย! ลลิตาอยู่นี่แล้ว พี่รอดมาได้ยังไง ทำไมพี่ถึงกลายเป็นแบบนี้! ฮือๆๆ… พี่รู้ไหมว่าลลิตาตามหาพี่มาตั้งสิบปี!”

ชายขอทานเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาดิ้นรนขัดขืนและพยายามผลักร่างของเธอออกไปอย่างสุดกำลัง “ป… ปล่อยผม! อย่าทำร้ายผม! ผมไม่รู้… ผมไม่รู้จักคุณ! ผมชื่อไอ้ใบ้… ผมเป็นขอทาน… อย่าเอาไปทิ้งน้ำ… ผมกลัวน้ำ… ได้โปรดอย่าตีหัวผม!”

คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของสามีสุดที่รัก เปรียบเสมือนใบมีดนับพันเล่มที่พุ่งเข้าสับฟันหัวใจของลลิตาจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ผู้ชายที่เคยเป็นวิศวกรผู้สง่างาม ผู้ชายที่เคยมีสมองอันปราดเปรื่อง บัดนี้ถูกทำลายจนสูญเสียความทรงจำ สูญเสียตัวตน และต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดผวาดั่งสัตว์เดรัจฉานมาตลอดสิบปี!

“คุณลลิตาครับ! ถอยออกมาก่อนครับ เขาอาจจะทำร้ายคุณ!” บอดี้การ์ดพยายามจะเข้ามาดึงตัวเธอออก

“อย่าแตะต้องตัวเขา!!” ลลิตาหันขวับไปตวาดลั่นด้วยดวงตาที่แดงก่ำและวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น “นี่คือสามีของฉัน! รีบเอารถมารับเขาเดี๋ยวนี้! โทรเรียกทีมแพทย์ที่เก่งที่สุดในประเทศไปสแตนด์บายที่คฤหาสน์ ใครชักช้าฉันจะไล่ออกให้หมด!”

คืนนั้น คฤหาสน์ของลลิตาวุ่นวายไปตลอดทั้งคืน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าถูกเรียกตัวมาตรวจร่างกายของชวินอย่างละเอียด ผลการสแกนสมองและร่างกายทำให้ลลิตาต้องทรุดตัวลงร้องไห้อีกครั้ง แพทย์ระบุว่ากะโหลกศีรษะของชวินมีร่องรอยการถูกทุบด้วยของแข็งอย่างรุนแรงจนยุบ ทำให้สมองส่วนความทรงจำถูกทำลายอย่างถาวร (Traumatic Brain Injury) ขาซ้ายของเขาถูกตีจนหักและสมานตัวผิดรูปเพราะไม่ได้รับการรักษา ร่างกายเต็มไปด้วยแผลเป็นจากการถูกของมีคมและรอยไฟจี้ นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุรถตกเขา… แต่มันคือ ‘การพยายามฆ่าและทรมานอย่างจงใจ!’

ลลิตาจับมือที่สะอาดสะอ้านของชวินซึ่งกำลังนอนหลับสนิทด้วยฤทธิ์ยานอนหลับบนเตียงคิงไซส์ เธอลูบไล้บาดแผลบนใบหน้าของเขาอย่างทะนุถนอม ความเศร้าโศกแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นที่เยือกเย็นและลึกล้ำ

“รินจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำกับพี่แบบนี้ลอยนวล… ต่อให้มันเป็นใคร รินก็จะลากคอมันมาลงนรกให้ได้!”

เช้าวันรุ่งขึ้น ลลิตาสั่งการให้นักสืบเอกชนมือหนึ่งของประเทศ รื้อคดีอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาตรวจสอบใหม่ทั้งหมด เธอใช้เงินอัดฉีดไม่อั้นเพื่อสืบหาความจริงจากหลักฐานที่เคยถูกมองข้าม ในขณะเดียวกัน เธอก็จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและนักกายภาพบำบัดมาดูแลชวินอย่างใกล้ชิด ชวินยังคงหวาดกลัวผู้คน เขามักจะไปซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าและกอดเศษขนมปังไว้แน่น แต่ลลิตาไม่เคยย่อท้อ เธอใช้ความรักและความอดทน นั่งคุยกับเขา ป้อนข้าวเขาด้วยมือตัวเอง ร้องเพลงที่เขาเคยชอบให้ฟัง จนชวินเริ่มสงบลงและยอมให้เธอสัมผัสตัว

หนึ่งเดือนผ่านไป… ความจริงอันดำมืดที่สุดก็ถูกลากออกมาแฉสู่แสงสว่าง

นักสืบนำแฟ้มเอกสารหลักฐาน ภาพถ่าย และพยานบุคคลซึ่งเป็นอดีตลูกน้องของกลุ่มมาเฟียมาวางตรงหน้าลลิตา ความจริงปรากฏว่า ในคืนที่เกิดเหตุ รถบรรทุกที่พุ่งชนรถของชวินถูกจ้างวานมา และคนที่สั่งให้ลูกน้องลากตัวชวินที่บาดเจ็บสาหัสออกไปทุบตีจนสมองเสื่อม แล้วนำร่างไปทิ้งไว้ในสลัมที่มีแก๊งขอทานคุมอยู่ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน…

มันคือ ‘อิทธิพล’ ลูกพี่ลูกน้องของชวิน!

อิทธิพลอิจฉาความสำเร็จของชวินมาตลอด และที่สำคัญที่สุด… เขาหลงรักลลิตาอย่างบ้าคลั่ง เขาต้องการฮุบบริษัทและต้องการครอบครองลลิตา จึงวางแผนฆ่าชวินและทำลายหลักฐานทั้งหมด เขาจงใจปล่อยให้ชวินมีชีวิตอยู่อย่างทรมานในฐานะคนบ้าขอทานเร่ร่อน เพื่อสนองความสะใจของตนเอง!

“ไอ้เดรัจฉานอิทธิพล…” ลลิตากัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน ดวงตาของมหาเศรษฐีนีสาวลุกโชนด้วยไฟบรรลัยกัลป์ “แกทำลายชีวิตสามีฉัน แกทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานเป็นสิบปี… แกจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตที่พังพินาศยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!”

สามวันต่อมา ลลิตาจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบการก่อตั้งบริษัทอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมระดับห้าดาว อิทธิพลซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัท แต่งตัวหล่อเหลาและเดินกรีดกรายเข้ามาในงานด้วยความภาคภูมิใจ เขาเตรียมแหวนเพชรมาเพื่อจะคุกเข่าขอลลิตาแต่งงานท่ามกลางแขกผู้มีเกียรตินับพันคน

แต่ในจังหวะที่อิทธิพลกำลังก้าวขึ้นเวทีและจับไมโครโฟนเพื่อกล่าวคำหวาน… ไฟในหอประชุมก็ดับพรึ่บ!

หน้าจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีสว่างขึ้น ภาพที่ปรากฏไม่ใช่พรีเซนเทชันของบริษัท แต่มันคือ ‘คลิปวิดีโอหลักฐานการโอนเงินจ้างวานฆ่า’ และคลิปเสียงของอิทธิพลที่สั่งให้ลูกน้องทำร้ายชวินและนำไปทิ้งกองขยะ! เสียงของอิทธิพลที่ด่าทอและหัวเราะเยาะความพินาศของชวินดังกึกก้องไปทั่วหอประชุม

แขกเหรื่อและนักข่าวต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เสียงซุบซิบนินทาและเสียงแฟลชจากกล้องรัวกระหน่ำ อิทธิพลหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยจนทรุดลงไปกองกับพื้นเวที

“น… นี่มันอะไรกัน! ใครเอาคลิปบ้าบอนี่มาเปิด! ปิดเดี๋ยวนี้นะ!” อิทธิพลตะโกนอย่างบ้าคลั่ง

“คลิปนี้… ฉันเป็นคนให้เปิดเอง”

เสียงอันทรงอำนาจและเยือกเย็นของลลิตาดังขึ้นจากด้านข้างเวที ทุกสายตาหันไปมอง มหาเศรษฐีนีสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม และที่ทำให้ทุกคนต้องช็อกจนแทบหยุดหายใจ คือร่างของผู้ชายที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ข้างกายเธอ… ‘ชวิน’ ในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ผู้ชายที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!

แม้ชวินจะยังจำใครไม่ได้และมีแววตาหวาดหวั่น แต่ลลิตากุมมือเขาไว้แน่นเพื่อมอบความอบอุ่นให้

“ช… ชวิน! แกยังไม่ตาย!” อิทธิพลชี้หน้าชวินด้วยความหวาดกลัวสุดขีดราวกับเห็นผี

ลลิตาเดินตรงเข้าไปหาอิทธิพล ชักฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของลูกพี่ลูกน้องทรยศอย่างสุดแรงเกิด! เพียะ!! เสียงตบหน้าดังก้องหอประชุม อิทธิพลหน้าหัน เลือดกบปาก

“นี่สำหรับสิบปีที่แกทำให้สามีฉันต้องทนทุกข์ทรมานกินเศษขยะข้างถนน!” ลลิตาตวาดกร้าว “แกคิดว่าแผนการเลวทรามของแกจะไม่มีใครรู้เหรอไอ้อิทธิพล! ตำรวจหน่วยคอมมานโดล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว บัญชีทรัพย์สินที่แกยักยอกไปก็ถูกอายัดเรียบร้อย! แกเตรียมตัวไปชดใช้กรรมในคุกตลอดชีวิตได้เลย และฉันจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันมี จ้างทนายที่เก่งที่สุดเพื่อให้มั่นใจว่าแกจะไม่มีวันได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป!”

ไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือก็บุกเข้ามาจับกุมอิทธิพลกลางเวที เขาร้องไห้โหยหวนและตะโกนขอความเมตตาอย่างน่าสมเพช ท่ามกลางเสียงสาปแช่งและการเหยียดหยามจากสังคม อนาคตและชีวิตที่เขาสร้างมาบนความทุกข์ของคนอื่นพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี

เมื่อคนเลวถูกกำจัดไปจนสิ้น ลลิตากลับมาทุ่มเทเวลาทั้งหมดในชีวิตเพื่อดูแลชวิน เธอลาออกจากตำแหน่งซีอีโอ มอบหมายให้มืออาชีพบริหารแทน และพาชวินย้ายไปใช้ชีวิตที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลที่เงียบสงบ

แม้สมองของชวินอาจจะไม่สามารถรื้อฟื้นความทรงจำเดิมกลับมาได้ครบถ้วน แต่ความรักและความเอาใจใส่ของลลิตาก็ค่อยๆ เยียวยาบาดแผลในจิตใจของเขาจนหายสนิท ชวินไม่หวาดกลัวผู้คนอีกต่อไป เขาสามารถยิ้ม หัวเราะ และเดินเล่นริมหาดทรายกับเธอได้

ในยามเย็นที่แสงอาทิตย์สาดส่องผืนน้ำ ชวินนั่งมองพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีลลิตาซบไหล่อยู่เคียงข้าง เขาหันมามองใบหน้าของเธอ ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ปรกแก้มเธออย่างแผ่วเบา

“ริน…” ชวินเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุด แม้จะเป็นความทรงจำใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมา แต่แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยรักแท้ที่ไม่เคยจางหาย “ขอบคุณนะ… ที่หาผมจนเจอ… ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งผม…”

ลลิตาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความปีติยินดีที่สุดในชีวิต เธอกุมมือของเขามาจุมพิตอย่างลึกซึ้ง… สิบปีแห่งความมืดมิดและหยาดน้ำตาสีเลือดได้จบลงแล้ว ปาฏิหาริย์แห่งความรักได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่ว่าโชคชะตาจะโหดร้ายหรือพัดพาพวกเขาให้ห่างไกลกันแค่ไหน แต่สายใยแห่งรักแท้ จะนำทางให้คนสองคนกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันได้เสมอ… ตราบจนชั่วนิรันดร์.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!